วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ยาเส้นเตอร์กิช เกษตรระยะสั้น อาชีพเสริมรายได้หลักแห่งศรีสมเด็จ เมืองร้อยเอ็ด


ยาเส้นเตอร์กิช  เกษตรระยะสั้น อาชีพเสริมรายได้หลักแห่งศรีสมเด็จ เมืองร้อยเอ็ด

โดย กอนกวยซะเกด

          อีกหนึ่งเช้า ณ ต่างถิ่นกำเนิด ตื่นมารับไอหนาวต้นเมษา แปลกความรู้สึกของฤดูแล้งที่เย็นจนขนคีงลุกเฉยเลย
          ที่นี่ คือ บ้านก่อ ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ข้อมูลจากวงข้าวเมื่อคืนมีว่า ชุมชนทั้งตำบลมีอาชีพเสริมที่เป็นรายได้หลัก ก็คือ การปลูก “ยากิซ”   
ทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็ปลูกยาเส้นต่อเลย
     
          เช้านี้ ไม่รอช้ารีบตื่นมาสัมผัสอากาศเช้าต่างบ้านพร้อมมือถือเดินสำรวจรอบบ้าน ทุ่งนาหลังบ้านยังเหลือต้นประมาณเท่านิ้วหัวแม่มือสูงประมาณ 1 ศอก ที่มีการปลูกเป็นแถวเหมือนร่องมันสำปะหลังบ้านเรา เต็มท้องทุ่งนาแทบจะสุดลูกตาที่เห็น และเป็นเพียงตอที่หลงเหลือให้เห็นเท่านั้น เพราว่าเพิ่งถูกเก็บเกี่ยวออกไปเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง ซึ่งระยะเวลาในการปลูกแค่ 3 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
ยาเส้นเตอร์กิซ ของชุมชนบ้านก่อ
          แต่ทว่าโชคชะตาก็ช่วยเรา ขณะที่เดินกลับเข้าบ้าน สังเกตเห็นคุณยายท่านหนึ่งกำลังก้มเด็ดแต่ละใบๆใส่ครุถังในแปลงหลังบ้านนี่เอง
          ไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปยกมือทักทายและถามไถ่ พร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นระยะ
          คุณยาย “หนูจันทร์” วัย 70 ปีเศษ นั่งเด็ดใบไปด้วย เล่าให้แขกที่เป็นกวยแปลกหน้าฟังไปด้วย
          ข้างๆ “หนาน” แปลงยาของยายก็มีการนำใบที่เด็ดก่อนหน้านี้มาร้อยแล้วตากไว้เป็นแถวที่มีไม้เล็กๆ ทำเป็นเสาแล้วนำใบที่เก็บนั้นมาร้อยด้วยเชือกคล้ายๆ ร้อยดอกทานตะวันแล้วตากขึงกับเสา จากใบสีเขียวๆที่เห็นคนยายเก็บ แต่ภาพที่ตากเอาไว้นั้นกลายเป็นสีน้ำตาล และมีถุงพลาสติกปิดไว้อีกชั้นกันฝนตกใส่ เพราะหากฝนตกเปียก ใบที่เก็บและตากไว้ก็จะกลายเป็นของทิ้งทั้งหมด
          กลิ่นของมัน แตะจมูกจี๊ดขึ้นมา พลันนึกถึงกลิ่นนี้เมื่อคราวัยเด็กที่เคยสัมผัสกลิ่นแบบนี้ ที่พ่อก็เคยปลูกไว้หลังบ้านเช่นกัน ที่ครั้งก่อนพ่อเคยพานอนในฮูและตื่นมาก็จะเก็บใบของมันตาก แต่ทว่าใบที่พ่อเคยปลูกนั้นใบจะมีลักษณะใหญ่กว่านี้เยอะเลย แต่กลิ่นของมันที่ได้สัมผันในครั้งนี้ไม่ต่างกันเลย






          “ยากิซ” ที่ได้ยินและได้พบเจอครั้งนี้ เป็นคำเฉพาะถิ่น ย่อมาจาก “ยาเตอร์กิซ” หรือยาสูบ ยาเส้นบ้านเรานี่เอง เขานิยมปลูกกันในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้างเสร็จประมาณเดือน ธันวาคม-มกราคม แล้วก็นำพันธุ์ยากิซนี้มาปลูกต่อ ใช้เวลาในการปลูก 3 เดือน ก็สามารถเก็บและจำหน่ายให้กับโรงงานและบริษัทได้แล้ว ซึ่งก็มีการปลูกมาไม่ต่ำกว่า 50 ปีแล้ว
          คำว่า “โรงงาน” ในความหมายของชาวบ้าน คือ โรงงานที่อยู่ภายใต้รัฐควบคุม และคำว่า “บริษัท” ก็คือบริษัทของเอกชน
          ทั้งสองอย่างนี้ เป็นเสมือนเจ้านายในการทำเกษตร โดยจะนำเมล็ดพันธุ์นี้มาให้ชาวบ้านปลูก และมียากำจัดวัชพืชและเร่งต่างๆ รวมถึงปุ๋ยที่ใช้เอื้อต่อการเพาะปลูกด้วย และก็มีการกำหนดราคาให้กับลูกค้าที่เป็นชาวบ้านด้วยตามสัญญาที่วางกันไว้ หรือที่เราเรียกกันว่า “เกษตรพันธะสัญญา” เช่นเดียวกับเกษตรชนิดอื่นๆ
          นี่คือเรื่องราวที่ได้พบพ้อระหว่างการเดินทาง
          กาแฟดำ 1 ถ้วยกับปากกาและสมุดบันทึกได้ทำหน้าที่ของมันอีกหนกับเรื่องดีๆ
          .
          แอบคิดต่อยอดไปว่า หากถ้าเกษตรกรสามารถคิดเก็บเกี่ยวและเก็บพันธุ์ “ยากิซ”มาปลูกและขยายพันธุ์เองได้ ปลูก เก็บเกี่ยว จำหน่าย แปรรูปเอง รายได้คงดีกว่าการได้อยู่ภายใต้สัญญานั้นๆ เป็นแน่

กอนกวยซะเกด
ณ โรงอิฐ “น้ำเพชรอิฐประสาน”
9 เมษา 61
.

#เตอร์กิซ, #ยาเส้น, #ศรีสมเด็จ, #เกษตร, #เกษตรพันธะสัญญา, #อาชีพเสริม, #รายได้หลัก, #ร้อยเอ็ด, #ยาสูบเตอรกิซ,

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น