รายงานพิเศษ
เรื่อง : โพธิ์สามัคคี ลดหนี้มีแต่สุข
โดย : ขวัญชิต
โพธิ์กระสังข์
ความเป็นอีสาน
คือศูนย์รวมแห่งความหลากหลาย ทั้งวิถีชีวิต ภาษา วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาหารการกินและอื่น
ๆ อีกมากมาย เหล่านี้คือมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นอีสานบ้านเรา
คนอีสานโดยปกติเป็นคนรักสนุก ขยัน
และเพราะความขยันในการประกอบอาชีพของตัวเอง จนต้องมีการหยิบยืมทรัพย์สิน
จนบางทีก่อให้เกิดหนี้สินต่าง ๆ มากขึ้น
ทำให้หลายคนหลายครอบครัวต้องจากถิ่นฐานเข้าไปทำงานในเมืองหลวงเพื่อทำงานมาใช้หนี้นั้น
ๆ แต่ก็ยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยที่มีการจัดการเรื่องหนี้สิน
ได้ทั้งชุมชนรวมถึงมีระเบียบปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
และมีเป้าหมายของหนี้สินให้เป็นศูนย์ ที่แห่งนี้คือ “บ้านโพธิ์สามัคคี” หมู่ที่ ๘
ตำบลพิมายเหนือ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
“บ้านเราพูดภาษาถิ่นกูยศรีสะเกษ
มีอยู่ ๑๒๘ ครัวเรือน ทำนาเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ชาวนาเราก็กู้หนี้ยืมสินเพื่อเอามาทำนานี่ล่ะ
หน่วยงานไหน องค์กรไหน หรือกลุ่มในหมู่บ้านมีอะไรมาให้กู้ ก็กู้กันหมด
ตอนจะใช้คืนเขาก็วิ่งหาเงินกู้จากตัวนี้เอาไปโปะตัวนั้น กู้อีกตัวเอาไปโปะอีกตัว
เป็นอย่างนี้มาตลอด” คำบอกกล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้เงินของชุมชนจาก
ประจวบ สุขเมือง
สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมายเหนือและเป็นสภาผู้นำชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี
| วิถีพอเพียงแห่งบ้านโพธิ์สามัคคี อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ |
ด้วยเพราะเป็นชุมชนที่มีผู้นำมีแนวคิดดี
ๆ เลยได้นำเรื่องเหล่านี้มาช่วยกันผลักดันหาทางออกร่วมกันโดยใช้ปัญหาต่าง ๆ
ของชุมชนเป็นที่ตั้ง และได้ดำเนินการร่วมกัน
“เราคิดและทำร่วมกันมาหลายอย่างมาก
ตั้งแต่เรื่องเยาวชน เรื่องกลุ่มต่าง ๆ ในบ้านเรา รวมถึงมีการจัดการขยะ
และล่าสุดนี้ก็คือเรื่องการจัดการหนี้สินผนวกกับกิจกรรมการออมเพื่อให้ครอบครัวอบอุ่น
โดยขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
ซึ่งทุกกิจกรรมหรือโครงการที่ผ่านมา
ล้วนเป็นมติร่วมกันของสภาผู้นำชุมชนและชาวบ้านทั้งสิ้น” บุญมี
สุขเสน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโพธิ์สามัคคี
ให้ข้อมูลการจัดการชุมชนที่ผ่านมา
การจัดการชุมชนร่วมกันที่ว่าด้วยเรื่องหนี้สิน
เริ่มด้วยการสำรวจข้อมูลการกู้หนี้ของแต่ละครัวเรือนว่ามากหรือน้อยเพียงไหน
หนึ่งครัวเรือนมีการกู้หนี้จากองค์กรและหน่วยงานไหนมากน้อยเท่าไหร่
แล้วนำมาสรุปร่วมกัน
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเล่าต่อว่า
“หลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว พวกเราเองก็หาทางออกด้วยการไปศึกษาดูงาน
ดูพื้นที่ที่เขาจัดการได้ จนได้มติร่วมกันคือ หนึ่งครัวเรือน หนึ่งสัญญา คือ
แต่ละครอบครัวกู้ได้หนึ่งสัญญาเท่านั้น”
“หนึ่งครัวเรือน
หนึ่งสัญญา”
เป็นมติเพื่อจากที่ประชุมของชุมชนเพื่อลดการมีหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด นอกจากนั้น สภาผู้นำชุมชนเองก็มีการจัดการเพื่อตอบโจทย์ให้กับชุมชนนำไปสู่ครอบครัวอบอุ่น
นั่นคือมีการจดบันทึกรายรับ รายจ่ายในแต่ละวัน ในแต่ละเดือนด้วย
| เอกสารสัญญาเงินกู้ ทีเป็นนวัตกรรม "หนึ่งครัวเรือน หนึ่งสัญญา" |
วัน
สุภาทิพย์
สภาผู้นำชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี หยิบสมุดเล่มเล็กที่เขียนว่า “สมุดสัจจะสะสมทรัพย์”
และสมุดเล่มใหญ่ที่เขียนว่า “สมุดบัญชีครัวเรือน รายรับรายจ่าย”
มาให้ชมและอธิบายให้ฟังว่า “นอกจากเราจำนวนสัญญาการกู้หนี้ยืมสินมาเหลือครอบครัวละหนึ่งสัญญาแล้ว
เราก็ยังมีการออมเป็นปกติเดือนละครั้ง ซึ่งพ่อเองก็ออมเดือนละ 50 บาท
ไปออมกับสมาชิกในทุกวันที่ 5 ของเดือน และก็มีการบันทึกการใช้จ่ายแต่ละวันเขียนจดใส่ในสมุดเล่มใหญ่เอาไว้
ซึ่งทำให้รู้ได้ทันทีว่าเรามีเงินเข้าแทบทุกวันเลย เพราะว่าพ่อเองก็ทำเกษตร
ขายผักบ้าง ผลไม้บ้าง สัตว์เลี้ยงบ้าง ได้มาก็นำมาเขียนใส่สมุดเอาไว้
ส่วนเราจ่ายอะไรก็มาเขียนไว้เหมือนกัน”
แต่ละคุ้มของชุมชนแห่งนี้
มีการจัดการเป็นสัดส่วน มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
มีการจัดทำเป็นแปลงเกษตรในสวนพื้นที่ของตัวเอง
และมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยตามถนนหนทางและบ้านเรือน
นอกจากมีการทำเกษตรแบบครอบครัวและมีการจดบันทึกบัญชีครัวเรือนกันอย่างจริงจังแล้ว
การออมอีกรูปแบบหนึ่งที่ดูไม่เหมือนจากที่อื่นนัก นั่นก็คือ การออมใส่กระบอกไม้ไผ่
ซึ่ง แจ้ง เหล่าเลิศ สภาผู้นำชุมชนผู้สูงวัยแห่งบ้านโพธิ์สามัคคี
ได้อธิบายให้ฟังว่า “กระบอกอันใหญ่นี้ จะดูหนักหน่อย เพราะเอาไว้หยอดเหรียญ
ส่วนกระบอกอันเล็กนี้คือธนบัตรล้วน ๆ ก่อนหนี้นี้ก็มีการหยอดใส่กระปุกออมสินทั่วไปที่เราต้องซื้อเขามา
แต่พอชุมชนเรามีมติในการออมใส่กระบอกไม้ไผ่แบบนี้ ก็ดูสวยและประหยัดไปอีกแบบ
อีกอย่างกระบอกไม้ไผ่พวกนี้ก็ไม่ต้องซื้อด้วย สองกระบอกที่เห็นนี้ตัวล่าสุดแล้ว
ก่อนหน้านี้มันเต็มแล้วก็ผ่าแล้วนำไปเปิดบัญชีเอาไว้บ้าง
เอาออกมาใช้สอยตามโอกาสบ้าง”
“ในกระบอกออมสินไม้ไผ่แบบนี้
เราไม่ได้จดบันทึกนะ
ตัวที่เราคิดว่านอกเหลือจากที่เราจดบันทึกแล้วเราก็นำมาหยอดเอาไว้
แต่ก่อนนั้นหยอดใส่กระบอกไม้ไผ่ลำเดียวกัน
แต่เหรียญมันทับธนบัตรทำให้เกิดขาดและชำรุด เลยต้องทำเป็นสองแบบอย่างที่เห็น
แยกออกจากกันชัดเจน
และในกระบอกไม้ไผ่นี้ถ้าเราต้องการซื้ออะไรที่ฉุกเฉินหรือเกิดความจำเป็น
ก็นำมาผ่าใช้สอยได้ ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ ลูกสาวก็ต้องเรียนด้วย
เลยได้ทุบไปก่อนแล้วบ้าง” แจ้ง เหล่าเลิศ
อธิบายเพิ่มเติม
| สมุดบัญชีครัวเรือน รายรับรายจ่าย |
นี่คงเป็นการจัดการหนี้สิน
และมีการวางฐานให้ผู้คนในชุมชนได้ร่วมคิด ร่วมออกแบบ
วางแผนและดำเนินการเพื่อปลดจากหนี้ได้อย่างถาวร
ตั้งแต่การลดบัญชีหนี้สินจากหลายๆสัญญา ให้เหลือเพียง หนึ่งสัญญาต่อหนึ่งครัวเรือน
และมีการออมทรัพย์ด้วยกลุ่มของชุมชนและมีการจดบัญชีรายรับรายจ่าย รวมถึงนวัตกรรมออมสินใส่กระบอกไม้ไผ่ที่มีทุกครัวเรือน
“จากการดำเนินการที่ผ่านมา
ชุมชนเราแม้จะมี ๑๒๘ ครัวเรือน
แต่ก็มีบางครัวเรือนที่ไม่ยอมกู้หนี้สินไม่มีสัญญาใด ๆ ผูกมัด
ซึ่งก็มีสัญญาในชุมชนเราเพียง ๗๘ สัญญา นั่นหมายความว่า มีเพียง ๗๘
ครัวเรือนเท่านั้น” ประจวบ สุขเมือง
กล่าวสรุปให้ฟังขณะเปิดเอกสารแฟ้มบัญชีการกู้ยืมของสมาชิกในชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี
| กระบอกออมสินไม้ไผ่ |
สอดคล้องกับที่
ถิระโรจน์ จารุรัศมีวงศ์ สภาผู้นำชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี คนรุ่นใหม่ที่มองชุมชนของพวกเขา “ในอนาคตสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากเห็นชุมชนของพวกเราปลอดจากหนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชการที่ ๙ นอกจากนี้ก็อยากเห็นสุขภาพของชาวบ้านเราแข็งแรง
มีภูมิต้านทานในทุก ๆ เรื่อง รวมไปถึงการเป็นชุมชนน่าอยู่
มีครอบครัวที่อบอุ่นและยั่งยืน”
จากการระดมความคิดร่วมกัน
และขับเคลื่อนชุมชนร่วมกัน แก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน ชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี หมู่ที่ ๘ ตำบลพิมายเหนือ
อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ คงเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านตัวอย่างที่ควรแก่การชื่นชมและศึกษาดูงานในด้านต่าง
ๆ ต่อไป
