วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561

“การมีสื่อลงไปช่วยนำเสนอให้กับชุมชน ก็ขอให้ชุมชนได้เกิดความตระหนักและยินดีช่วยกันทำงานเพื่อชุมชนตัวเองต่อไป และควรดำเนินการไปในแนวราบ ไม่ควรก้าวกระโดด สื่อไม่ได้ลงไปแล้วสร้างความแตกแยกให้กับชุมชน เพราะเป้าหมายคือการเสริมแรงให้กับชุมชนและร่วมขันนอตให้กับชุมชนที่ต้องการพลังให้ก้าวไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป”


Social Media กับการเสริมสร้างพลังชุมชน
โดย : ขวัญชิต  โพธิ์กระสังข์

หลายครั้งหลายคราวที่ได้เดินทาง ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์อันท้าทายและงดงามเสมอ เพราะทำให้ได้พบเห็นเรื่องราว ได้พบเจอผู้คน ได้เรียนรู้สิ่งสิ่งรอบข้างใหม่ ๆ ร่วมกับชุมชนและผู้คนนั้น ๆ จึงได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางเหล่านั้น เพื่อเป็นบทเรียนและประยุกต์ใช้กับตัวเองและสังคมต่อไป


            ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่เป็นการเดินทางเพื่อหาสิ่งใหม่ ๆ เท่านั้น แต่กลับเป็นการร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน เสนอแนะ และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานสื่อสารที่ผ่านมา ซึ่งผมเองได้เป็นหนึ่งในนามของทีมสื่อสาร ที่ร่วมนำเสนอเรื่องราวของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการที่ทาง สสส.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) สำนัก 6 (สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม) อย่างเช่น ชุมชนที่ร่วมโครงการชุดชุมชนน่าอยู่ ชุดโหนดจังหวัด ชุดครอบครัวอบอุ่น ชุดการปลูกพืชผักปลอดภัย ชุดโครงการสุขภาวะทางเพศ เป็นต้น โดยได้กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2561 ณ ห้องจิตตสปา 3 โรงแรมบ้านสวนคุณตา อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
พี่พลและพี่ผึ้ง จากบ้านตาตา กำลังศึกษากับการสื่อสารบนมือถือ
พี่เปีย (วลัยลักษณ์ ชโนนสูง) กับบทบาทนักสื่อสารที่ออกรสชาติ
ทั้งสองวัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหลายจังหวัด หลายชุมชน และหนึ่งในชุมชนเหล่านั้น ก็มีตัวแทนจากชุมชนบ้านตาตา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษมาด้วย คือพี่พล (ธีรพล แก้วลอย) และพี่ผึ้ง (ประภัสสร อายุยืน) ที่ได้มาในนามของชุดชุมชนน่าอยู่ และโครงการฮักบ้านเกิดความสุขอยู่ที่บ้านเราปีสอง 

และในกิจกรรมวันแรกมีการให้ความรู้จากวิทยากรที่หลากหลาย และมากความสามารถ ที่เป็นการกระตุ้นให้กำลังใจกับผู้เข้าร่วมรับฟัง โดยหัวข้อที่น่าสนใจเริ่มด้วย “social media กับความจำเป็นต่องานพัฒนาชุมชน” ที่มีคุณสุชัย  เจริญมุขยนันท เลขาธิการมูลนิธิสื่อสร้างสุข ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสื่อสารและทำงานอาสาเพื่อชุมชนมาตลอด ให้ความรู้ถึงที่มาของการสื่อสารและจะนำไปต่อยอดกับงานพัฒนาชุมชน  และต่อด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “การใช้สื่อ Social Media เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ” โดยคุณจารุวรรณ  สุพลไร่ แอดมินเพจ Mekong Nomad และ เพจ อีสานสร้างสุข ที่เล่าให้เห็นความสำคัญของการสื่อสารและการพัฒนางานของชุมชนผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ  

ส่วนในภาคบ่าย มีการให้ความรู้เชิงปฏิบัติการใช้เครื่องมือทางการสื่อสาร ในหัวข้อ “Social Media เพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดย คุณวลัยลักษณ์  ชมโนนสูง  สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส ที่นำเสนอการสื่อสารแบบง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถสื่อสารเรื่องราวของตัวเอง ของชุมชนได้ผ่านโปรแกรมมือถือ แอพลิเกชันต่าง ๆ แบบง่าย ๆ ได้ รวมถึงให้ลงมือปฏิบัติด้วย สร้างความสนใจและอยากรู้กับผู้ร่วมในกิจกรรมอย่างมาก
พี่เลี้ยงโครงการชุมชนน่าอยู่ ร่วมให้กำลังใจ
นับว่าทั้งวันเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนได้ตื่นตัวและเห็นความสำคัญกับเรื่องราวใกล้ตัวที่ตัวเองก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใครช่วยเลย นั่นคือการเรียนรู้การสื่อสารและลงมือทำจริงๆ
และในวันที่สองนั้นได้มีการเริ่มด้วยการทบทวนกิจกรรมของเมื่อวานและชวนรับฟังการพูดคุยของคนทำสื่อและชุมชนที่มีนักสื่อสารลงไปนำเสนอช่วยแล้วเกิดผลอะไรขึ้น โดยได้มีคุณคนึงนุช  วงษ์เย็น ผู้จัดการมูลนิธิสื่อสร้างสุข คุณจักรพัน จันทร์ปัญญา ทีมสื่อสารสาธารณะ จ.อุดรธานี มีตัวแทนชุมชน และผมเอง ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ ก็ได้แลกเปลี่ยนในนามทีมสื่อสารสาธารณะ จ.ศรีสะเกษ  มีคุณกมล หอมกลิ่น เป็นผู้ดำเนินรายการ ในหัวข้อ “สื่อสารสาธารณะ  เสริมพลังชุมชนอย่างไร?” เป็นการพูดถึงว่าสื่อสำคัญอย่างไร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับชุมชนเมื่อหลังจากที่สื่อได้ช่วยนำเสนอลงไปแล้ว และผลสะท้อนการทำงานของสื่อเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ได้รับความสนใจและตัวแทนชุมชนที่รับฟังเองก็ได้ร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอแนะร่วมกันอย่างเป็นกันเอง
พอจบเวทีเสวนาแล้ว มีการแยกกลุ่มแต่ละชุมชนร่วมกันสะท้อนปัญหาและเสนอแนะร่วมกันอีกครั้ง ก่อนสรุปกิจกรรมตลอดการดำเนินการ โดยทีมพี่เลี้ยงชุดโครงการต่าง ๆ

นับว่าเป็นการเสริมพลังให้กันและกัน ทั้งชุมชนเอง และนักสื่อสารอย่างผมและคณะเองด้วยที่ได้รับฟัง คำแนะนำและเสนอแนะเพื่อช่วยกันนำเสนอและให้กำลังใจกันและกันต่อไป
 
ร่วมกันระดมความคิด สรุปบทเรียนของแต่ละชุมชน
ชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นดารา ที่ได้ออกอากาศทางรายการนักข่าวพลเมืองแล้วทั้งสิ้น บางชุมชนก็ได้มีการถูกนำเสนอทางสื่อรูปแบบต่าง ๆ ด้วย เช่น หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ นิตยสาร วารสาร ด้วย

“การมีสื่อลงไปช่วยนำเสนอให้กับชุมชน ก็ขอให้ชุมชนได้เกิดความตระหนักและยินดีช่วยกันทำงานเพื่อชุมชนตัวเองต่อไป และควรดำเนินการไปในแนวราบ ไม่ควรก้าวกระโดด สื่อไม่ได้ลงไปแล้วสร้างความแตกแยกให้กับชุมชน เพราะเป้าหมายคือการเสริมแรงให้กับชุมชนและร่วมขันนอตให้กับชุมชนที่ต้องการพลังให้ก้าวไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” กลม หอมกลิ่ม หัวหน้าโครงการสื่อสารสาธารณะภาคอีสาน กล่าวสรุป

































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น