บักดอง สูงวัยสร้างสุขของไทเฮา
“การจัดกิจกรรมของพวกเรา
ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมาย
แค่ใช้ความร่วมมือและให้ทุกคนเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมด้วยกันเท่านั้นเอง
งานก็เดินไปได้ด้วยดีและบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์และทุกคนก็มีความสุขร่วมกัน”
หลายครั้งหลายคราวที่ได้เดินทาง นั่นคือประสบการณ์อันท้าทายและงดงามเสมอ เพราะทำให้ได้พบเห็นเรื่องราว ได้พบเจอผู้คน ได้เรียนรู้สิ่งสิ่งรอบข้างใหม่ ๆ ร่วมกับชุมชนและผู้คนนั้น ๆ
จึงได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางเหล่านั้น
เพื่อเป็นบทเรียนและประยุกต์ใช้กับตัวเองและสังคมต่อไป
คราวนี้ผมได้เดินทางไปไม่ไกลจากบ้านเกิดนัก
สู่จุดหมายที่เพียงได้เห็นการโพสต์สถานะบนเฟสบุก
จากพระอาจารย์รูปหนึ่งด้วยภาพป้ายไวนิลข้อความพื้น ๆ ธรรมดา ที่สะกิดความรู้สึกลึก ๆ ให้น่าสนใจเป็นการส่วนตัว
ซึ่งภายในป้ายไวนิลนั้น มีแค่ข้อความว่า “กีฬาผู้สูงอายุบ้านบักดอง “ส.ว.บักดองเกมส์”
สูงวัย ไร้ทุกข์ สุขภาพดี มีคุณค่า”
ใช่แล้วครับ
พื้นที่แห่งนี้คือ “วัดบักดอง” ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อความบนสถานะไม่มีอะไรมาก แต่สิ่งที่ทำให้สนใจ นั่นก็คือว่า
ส่วนมากแล้วการจัดกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
มักจะเป็นภารกิจขององค์กรท้องถิ่น ที่จัดตามหน้าที่
โดยการเกณฑ์ผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรม นี่คือภาพจำที่เราคุ้นชินกัน
| บรรยากาศคึกคัก |
แต่ทว่า
สำหรับกิจกรรมที่พระอาจารย์รูปดังกล่าวกลับชวนสะกิดความสนใจใคร่อยากรู้
จึงได้สอบถามทางกล่องข้อความได้ความเป็นเบื้องต้นว่า “เป็นกิจกรรมที่ทางวัดและชุมชนกำหนดจัดขึ้นเอง ไม่มีการเขียนโครงการอะไรมากมายนัก ทำขึ้นเพราะเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ
อยากเห็นรอยยิ้ม อยากเห็นความสนุก อยากเห็นความสุขของญาติโยมสูงวัยบ้านเรา
ทางคณะกรรมการวัดก็ประชุมวางแผนกันและเห็นร่วมกันว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่สำคัญและเหมาะสมดีแล้วจึงได้ดำเนินการ
และกำหนดให้กิจกรรมนี้เป็นปฏิทินประเพณีของวัดบักดอง
และปีนี้ก็จัดขึ้นเป็นปีที่สามแล้ว มีความร่วมมือถือจากชุมชนอย่างดี” พระมหายุทธกิจ ปญฺญาวุโธ เจ้าอาวาสวัดบักดอง ได้ให้คำตอบในกล่องข้อความ จึงขออาสาท่านว่า
พรุ่งนี้ (13 เมษายน 2561) จะเดินทางไปร่วมบันทึกกิจกรรมให้ทางวัด
เพราะว่าอยากช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมในแนวคิดดี ๆ ซึ่งน้อยนักที่คณะสงฆ์เองจะมีผู้มีแนวคิดและดำเนินการเช่นนี้
แน่นอนว่า
วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี คือวันพบปะลูกหลานที่อยู่ต่างพื้นที่
ต่างจังหวัดจะได้กลับมาพบครอบครัว
และเป็นวันที่จะได้ชุ่มฉ่ำเปียกปอนในบรรยากาศร้อนอบอ้าวของทุกปี ทว่าเทศกาลอันร้อนและมีการละเล่นตามประเพณีรดน้ำดำหัวกลับไม่ค่อยได้ถูกส่งเสริมมากนัก
ถึงมีก็เพียงแค่ทำในกลุ่มเล็ก ๆ แต่สิ่งที่พบเห็นการละเล่นตามถนนทุกสายหลักก็คือ
มีการตั้งโอ่งน้ำหรือกะละมังใส่น้ำแล้วสาดน้ำใส่กับผู้คนสัญจร
และมีการดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างเปิดเผยแทบทุกจุดก็เป็นได้
สาย ๆ ของวันดังกล่าว
ที่วัดบักดอง มีการตั้งขบวนแห่นักกีฬา จาก 3 ชุมชน (สังกัดวัดบักดอง)
และมีการแต่งตัวอย่างสวยงาม รวมถึงมีการถือป้ายบอกหมู่ที่ตัวเองสังกัด
โดยมีขบวนกลองพาเหรด ซึ่งทั้งหมดนี้มีผู้ร่วมขบวน ร้อยกว่าชีวิต
แม้บรรยากาศจะอบอ้าวแต่ความงามตามวัยและขบวนแห่ที่ร่วมกันออกแบบเดินเข้าสู่สนามอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยไม่ต้องมีขบวนรถโล่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐมาคอยดูแลความสะดวกแต่ประการใด
ขณะที่ขบวนแห่ทยอยเข้าสนามการแข่งขัน
จะสังเกตเห็นมีลูกหลานขนอาหาร ปิ่นโต จังหัน และกับข้าวคนละอย่าง สองอย่างเข้าไปในศาลา
รวมถึงมีโรงทานที่เป็นขนมพื้นบ้านและไอศกรีมมาร่วมแบ่งปันให้กับทุกคนด้วยเช่นกัน
พื้นที่จัดกิจกรรม
แม้ไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตนัก ที่ได้ร่มไม้จากต้นมะม่วงป่าต้นใหญ่
ที่อยู่ภายในบริเวณวัด พอนักกีฬาและผู้ร่วมกิจกรรมได้อยู่ร่วมกัน
ทำให้พื้นที่เล็กลงอย่างถนัดตา
กิจกรรมต่าง ๆ
เริ่มต้นขึ้นแบบเรียบง่ายโดยภายในกิจกรรมมีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่สร้างสนุกสนาน
และละการกระทบกระทั่งต่อผู้แข่งขัน อาทิ การเตะฟุตบอลเข้าประตู(หนู),
ปิดตาเตะปี๊บ, ตีลูกกอล์ฟ, เปตอง, แต่งหน้าสวย
รวมถึงมีการประกวดกองเชียร์แต่ละหมู่บ้าน และมีไฮไลท์เด็ด คือการประกวด นางสาว
สว.บักดอง ซึ่งปีนี้ผู้ได้รับมงกุฎได้แก่ คุณแม่สำเนียง นันทะสิงห์ อายุ 72 ปี แห่งบ้านบักดอง หมู่ที่ 4
“วัดกับชุมชนแยกกันไม่ออก
ซึ่งทุกคนก็รู้ดี ยิ่งวัดกับผู้สูงอายุดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย เพราะบ้านเราทุกวันนี้
คนที่เข้าวัดและมีส่วนร่วมกับทางวัดนั่นก็คือผู้สูงอายุนี่เอง ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทำทาน
การสร้างเสนาสนะหรือบูรณปฏิสังขรณ์ต่าง ๆ อาตมาจึงเล็งเห็นว่าเราควรจะทำกิจกรรมให้ท่านเหล่านี้ได้มีความสุขบ้าง
ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว และปีที่ผ่าน
ๆ มาที่พาจัดกิจกรรมนี้ ชุมชนเราเองก็ให้ความร่วมมืออย่างดี
พอมาปีนี้ทุกคนก็เหมือนรู้หน้าที่ตัวเองอยู่แล้ว เรื่องอาหารการกินก็ได้จากชุมชนมาช่วย
ๆ กัน
การทำกิจกรรมนี้
อาตมาใช้หลักคิดที่ว่า การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในชุมชนเรา ทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้าน
ซึ่งทางวัดเราก็วางกิจกรรมไว้กลาง ๆ ส่วนวิธีปฏิบัตินั้นชาวบ้านเขาทำเองและทำได้เต็มที่
งานก็เลยออกมาดีอย่างที่เห็น” ท่านสมภารเจ้าอาวาสกล่าวถึงที่มาของกิจกรรมที่ทางวัดจัดขึ้น
| นักเตะสูงวัย |
นี่คงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่
ที่มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะฝ่ายสงฆ์ที่ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมเพียงแค่ดำเนินตามหลักพระธรรมคำสอนเท่านั้น
แต่ยังเป็นนักพัฒนามีความคิดที่ดีเพื่ออนุเคราะห์สงเคราะห์ญาติโยม สหธรรมิก
โดยใช้หลักคิดง่าย ๆ ทำได้ง่าย
แค่ให้ความสำคัญกับทุก ๆ คน
ชุมชนวัดบักดอง
ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนเผ่าเขมร
หนึ่งในสี่เผ่าของจังหวัดศรีสะเกษ จึงควรเป็นอีกวัดที่ควรได้รับการกล่าวขานในทางที่ดี
และให้กำลังใจกับคณะคิด คณะทำงาน ให้ทำสิ่งดี ๆ เช่นนี้กับชุมชนและเป็นแบบอย่างที่ดีตลอดไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น