วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

บักดอง สูงวัยสร้างสุขของไทเฮา


บักดอง สูงวัยสร้างสุขของไทเฮา

         
 “การจัดกิจกรรมของพวกเรา ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมาย แค่ใช้ความร่วมมือและให้ทุกคนเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมด้วยกันเท่านั้นเอง งานก็เดินไปได้ด้วยดีและบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์และทุกคนก็มีความสุขร่วมกัน”



หลายครั้งหลายคราวที่ได้เดินทาง นั่นคือประสบการณ์อันท้าทายและงดงามเสมอ เพราะทำให้ได้พบเห็นเรื่องราว ได้พบเจอผู้คน ได้เรียนรู้สิ่งสิ่งรอบข้างใหม่ ๆ ร่วมกับชุมชนและผู้คนนั้น ๆ  
จึงได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางเหล่านั้น เพื่อเป็นบทเรียนและประยุกต์ใช้กับตัวเองและสังคมต่อไป

คราวนี้ผมได้เดินทางไปไม่ไกลจากบ้านเกิดนัก สู่จุดหมายที่เพียงได้เห็นการโพสต์สถานะบนเฟสบุก จากพระอาจารย์รูปหนึ่งด้วยภาพป้ายไวนิลข้อความพื้น ๆ  ธรรมดา ที่สะกิดความรู้สึกลึก ๆ  ให้น่าสนใจเป็นการส่วนตัว ซึ่งภายในป้ายไวนิลนั้น มีแค่ข้อความว่า “กีฬาผู้สูงอายุบ้านบักดอง “ส.ว.บักดองเกมส์” สูงวัย ไร้ทุกข์ สุขภาพดี มีคุณค่า”
ใช่แล้วครับ พื้นที่แห่งนี้คือ “วัดบักดอง” ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อความบนสถานะไม่มีอะไรมาก  แต่สิ่งที่ทำให้สนใจ นั่นก็คือว่า ส่วนมากแล้วการจัดกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มักจะเป็นภารกิจขององค์กรท้องถิ่น ที่จัดตามหน้าที่ โดยการเกณฑ์ผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรม นี่คือภาพจำที่เราคุ้นชินกัน
บรรยากาศคึกคัก

แต่ทว่า สำหรับกิจกรรมที่พระอาจารย์รูปดังกล่าวกลับชวนสะกิดความสนใจใคร่อยากรู้ จึงได้สอบถามทางกล่องข้อความได้ความเป็นเบื้องต้นว่า “เป็นกิจกรรมที่ทางวัดและชุมชนกำหนดจัดขึ้นเอง  ไม่มีการเขียนโครงการอะไรมากมายนัก  ทำขึ้นเพราะเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ อยากเห็นรอยยิ้ม อยากเห็นความสนุก อยากเห็นความสุขของญาติโยมสูงวัยบ้านเรา  ทางคณะกรรมการวัดก็ประชุมวางแผนกันและเห็นร่วมกันว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่สำคัญและเหมาะสมดีแล้วจึงได้ดำเนินการ และกำหนดให้กิจกรรมนี้เป็นปฏิทินประเพณีของวัดบักดอง และปีนี้ก็จัดขึ้นเป็นปีที่สามแล้ว มีความร่วมมือถือจากชุมชนอย่างดี”  พระมหายุทธกิจ  ปญฺญาวุโธ เจ้าอาวาสวัดบักดอง  ได้ให้คำตอบในกล่องข้อความ จึงขออาสาท่านว่า พรุ่งนี้ (13 เมษายน 2561) จะเดินทางไปร่วมบันทึกกิจกรรมให้ทางวัด เพราะว่าอยากช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมในแนวคิดดี ๆ  ซึ่งน้อยนักที่คณะสงฆ์เองจะมีผู้มีแนวคิดและดำเนินการเช่นนี้
แน่นอนว่า วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี คือวันพบปะลูกหลานที่อยู่ต่างพื้นที่ ต่างจังหวัดจะได้กลับมาพบครอบครัว และเป็นวันที่จะได้ชุ่มฉ่ำเปียกปอนในบรรยากาศร้อนอบอ้าวของทุกปี ทว่าเทศกาลอันร้อนและมีการละเล่นตามประเพณีรดน้ำดำหัวกลับไม่ค่อยได้ถูกส่งเสริมมากนัก ถึงมีก็เพียงแค่ทำในกลุ่มเล็ก ๆ  แต่สิ่งที่พบเห็นการละเล่นตามถนนทุกสายหลักก็คือ มีการตั้งโอ่งน้ำหรือกะละมังใส่น้ำแล้วสาดน้ำใส่กับผู้คนสัญจร และมีการดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างเปิดเผยแทบทุกจุดก็เป็นได้

สาย ๆ ของวันดังกล่าว ที่วัดบักดอง มีการตั้งขบวนแห่นักกีฬา จาก 3 ชุมชน (สังกัดวัดบักดอง) และมีการแต่งตัวอย่างสวยงาม รวมถึงมีการถือป้ายบอกหมู่ที่ตัวเองสังกัด โดยมีขบวนกลองพาเหรด ซึ่งทั้งหมดนี้มีผู้ร่วมขบวน ร้อยกว่าชีวิต แม้บรรยากาศจะอบอ้าวแต่ความงามตามวัยและขบวนแห่ที่ร่วมกันออกแบบเดินเข้าสู่สนามอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ต้องมีขบวนรถโล่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐมาคอยดูแลความสะดวกแต่ประการใด
ขณะที่ขบวนแห่ทยอยเข้าสนามการแข่งขัน จะสังเกตเห็นมีลูกหลานขนอาหาร ปิ่นโต จังหัน และกับข้าวคนละอย่าง สองอย่างเข้าไปในศาลา รวมถึงมีโรงทานที่เป็นขนมพื้นบ้านและไอศกรีมมาร่วมแบ่งปันให้กับทุกคนด้วยเช่นกัน
พื้นที่จัดกิจกรรม แม้ไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตนัก ที่ได้ร่มไม้จากต้นมะม่วงป่าต้นใหญ่ ที่อยู่ภายในบริเวณวัด พอนักกีฬาและผู้ร่วมกิจกรรมได้อยู่ร่วมกัน ทำให้พื้นที่เล็กลงอย่างถนัดตา
กิจกรรมต่าง ๆ  เริ่มต้นขึ้นแบบเรียบง่ายโดยภายในกิจกรรมมีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่สร้างสนุกสนาน และละการกระทบกระทั่งต่อผู้แข่งขัน อาทิ การเตะฟุตบอลเข้าประตู(หนู), ปิดตาเตะปี๊บ, ตีลูกกอล์ฟ, เปตอง, แต่งหน้าสวย รวมถึงมีการประกวดกองเชียร์แต่ละหมู่บ้าน และมีไฮไลท์เด็ด คือการประกวด นางสาว สว.บักดอง ซึ่งปีนี้ผู้ได้รับมงกุฎได้แก่ คุณแม่สำเนียง  นันทะสิงห์  อายุ 72 ปี แห่งบ้านบักดอง หมู่ที่ 4
“วัดกับชุมชนแยกกันไม่ออก ซึ่งทุกคนก็รู้ดี ยิ่งวัดกับผู้สูงอายุดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย  เพราะบ้านเราทุกวันนี้ คนที่เข้าวัดและมีส่วนร่วมกับทางวัดนั่นก็คือผู้สูงอายุนี่เอง ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทำทาน การสร้างเสนาสนะหรือบูรณปฏิสังขรณ์ต่าง ๆ อาตมาจึงเล็งเห็นว่าเราควรจะทำกิจกรรมให้ท่านเหล่านี้ได้มีความสุขบ้าง ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว และปีที่ผ่าน ๆ มาที่พาจัดกิจกรรมนี้ ชุมชนเราเองก็ให้ความร่วมมืออย่างดี พอมาปีนี้ทุกคนก็เหมือนรู้หน้าที่ตัวเองอยู่แล้ว เรื่องอาหารการกินก็ได้จากชุมชนมาช่วย ๆ กัน
การทำกิจกรรมนี้ อาตมาใช้หลักคิดที่ว่า การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในชุมชนเรา ทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ซึ่งทางวัดเราก็วางกิจกรรมไว้กลาง ๆ  ส่วนวิธีปฏิบัตินั้นชาวบ้านเขาทำเองและทำได้เต็มที่ งานก็เลยออกมาดีอย่างที่เห็น”  ท่านสมภารเจ้าอาวาสกล่าวถึงที่มาของกิจกรรมที่ทางวัดจัดขึ้น
นักเตะสูงวัย

นี่คงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะฝ่ายสงฆ์ที่ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมเพียงแค่ดำเนินตามหลักพระธรรมคำสอนเท่านั้น แต่ยังเป็นนักพัฒนามีความคิดที่ดีเพื่ออนุเคราะห์สงเคราะห์ญาติโยม สหธรรมิก โดยใช้หลักคิดง่าย ๆ  ทำได้ง่าย แค่ให้ความสำคัญกับทุก ๆ  คน
ชุมชนวัดบักดอง ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนเผ่าเขมร หนึ่งในสี่เผ่าของจังหวัดศรีสะเกษ จึงควรเป็นอีกวัดที่ควรได้รับการกล่าวขานในทางที่ดี และให้กำลังใจกับคณะคิด คณะทำงาน ให้ทำสิ่งดี ๆ เช่นนี้กับชุมชนและเป็นแบบอย่างที่ดีตลอดไป



กอนกวยซะเกด : ขวัญชิต  โพธิ์กระสังข์
14 เมษายน 2561

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น